เที่ยวยุโรป

รวมทุกสถานที่ที่คุณควรไป

สถานที่ 1

พระราชวังเชินบรุนน์ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

พระราชวังเชินบรุนน์ ตั้งอยู่ในกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก มาตั้งแต่สมัยคริสศตวรรษที่ 13 – 20 โดยจักรพรรดิโยเซฟที่ 1 มีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังที่โอ่อ่าหรูหรา โดยใช้พระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังเชินบรุนน์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการที่พันธมิตรได้บุกยึดเพื่อใช้เป็นกองบัญชาการดังนั้นรัฐบาลออสเตรียจึงต้องซ่อมแซมพระราชวังใหม่ให้งดงามดังเดิม พระราชวังเชินบรุนน์ โด่งดังและเป็นที่รู้จักทั่วโลก ว่ากันว่าพระราชวังแห่งนี้อลังการสวยงามจับใจและเป็นศูนย์รวมของผลงานด้านศิลปะชั้นเยี่ยม

สถานที่ 2

ฮัลล์สตัทท์ สาธารณรัฐออสเตรีย

ฮัลล์สตัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์สตัทท์เทอร์ ซี (Hallstatter See) ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) เมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก สวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

สถานที่ 3

ล่องเรือแม่น้ำดานูบ ประเทศฮังการี

แม่น้ำดานูบเป็นแม่น้ำที่จัดได้ว่ายาวที่สุดในสหภาพยุโรป โดยมีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี และไหลผ่าน 10 ประเทศในยุโรป ก่อนที่จะไหลผ่านดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ และแยกลงสู่ทะเลดำที่ประเทศโรมาเนียและยูเคน  บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมืองที่ถูกคั่นกลางด้วยแม่น้ำดานูบ แบ่งสองฟากฝั่งออกเป็นเมืองเก่าและเมืองใหม่ ฝั่งหนึ่งเป็นเมืองบูดา และอีกฝั่งคือเมืองเปสต์ และมาถึงบูดาเปสท์ ไม่มีอะไรดีกว่าการได้ล่องเรือในแม่ดานูบ ค่อยๆละเอียดชมทุกสิ่งบนสองฟากฝั่งของบูดาเปสท์ที่งดงาม ดั่งนางพญาแห่งยุโรป

สถานที่ 4

กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก

เมืองหลวงของสาธารณรัฐ เช็ก (Czech หรือ Czechia) ดินแดนที่ชื่อว่า มงกุฎแห่งยุโรป (Crown of Europe) เนื่องจากมีความสวยงามและเงียบสงบอยู่ท่ามกลางขุนเขาและเป็นศูนย์กลางอาณาจักรมาแต่โบราณ จึงเต็มไปด้วยเรื่องราว เรื่องเล่า และสถาปัตยกรรมที่สวยงามและยังมีภาษาของตนเอง เรียกว่า Praha อ่านว่า ปราหะ เมื่อปี 2461 ปรากได้ถูกตั้งขึ้นเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสระแห่งใหม่ ที่มีชื่อว่าเชโกสโลวาเกีย และต่อมาในปี 2535 เมื่อสโลวักและเช็กตัดสินใจแยกประเทศกันปรากจึงกลายเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก

สถานที่ 5

เชสกี้ ครุมลอฟ สาธารณรัฐเช็ก

อยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ก ห่างจากปรากไป 180 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณในยุคกลาง  เป็นมรดกโลก ไข่มุกแห่งโบฮีเบีย จุดโดดเด่นของเมืองนี้ คือมีแม่น้ำวลาทาวาไหลผ่านและล้อมรอบเมืองในลักษณะงอโค้งเป็นคุ้งไปตามเนินเขา คดเคี้ยวเหมือนรูปตัว S จนทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมือง เหมือนกับหยดน้ำที่กำลังจะร่วงหล่นจากขั้ว นอกจากนี้บ้านเรือนทุกหลังใช้หลังคาสีส้มแดง ทำให้เมื่อมองจากมุมสูง จะเกิดภาพที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์มาก ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค..1992 มีความโดดเด่นคือเป็นเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 หลัง ได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก

สถานที่ 6

ปราสาทนอยชวานชไตน์ ประเทศเยอรมนี

เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี   ปราสาทนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2’ แห่งรัฐบาวาเรีย (มีพระชนม์ชีพระหว่าง 25 สิงหาคม .. 2388 – 13 มิถุนายน .. 2429) ในสมัยนั้นเยอรมันยังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศอย่างในปัจจุบัน แคว้นเล็กๆ ต่างปกครองกันเอง มีกษัตริย์ของตัวเอง กษัตริย์ลุดวิกทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 18 ชันษา เป็นกษัตริย์อารมณ์ศิลป์ สนใจศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม มากกว่าจะสนใจปกครองบ้านเมือง ทรงนิยมสร้างปราสาท หลงไหลในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเทพของเยอรมันและพวกไวกิ้ง และชื่นชอบอุปรากรของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) เป็นชีวิตจิตใจ  เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต

สถานที่ 7

น้ำตกไรน์ (Rheinfall) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณทางเหนือของนครซือริช บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชัฟเฮาเซินกับรัฐซือริชในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร ในฤดูหนาวมีกระแสน้ำไหล 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในฤดูร้อนมีกระแสน้ำไหล 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำตกนี้ กำเนิดมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งราวๆ 14,000 – 18,000 ปีมาแล้ว น้ำตกไรน์ เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพที่งดงามมาก เป็นแรงบันดาลใจให้ วิลเลียม เวิร์ดสเวิร์ท แต่งกวีถึงความงามอันเป็นอมตะของน้ำตกแห่งนี้ในปี 1821

สถานที่ 8

กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เมืองสำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (GlobalCity) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO),องค์การการค้าโลก (WTO) เจนีวายังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ประชากรมีความกินดีอยู่ดีเป็นอันดับที่สองของโลกและโรงแรมในเจนีวา (Geneva Hotel) ยังสวยงามติดอันดับต้นๆของโลกอีกด้วย Le Jet d’Eau น้ำพุที่บันทึกไว้ว่ามีความสูงที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเจนีวา สถานที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้เต็มไปด้วยผู้คนคลาคล่ำรอชมความสวยงามตระกานตาของน้ำที่พุ่งขึ้นเล่นกับแสงไฟเมื่อถึงเวลากลางคืน

สถานที่ 9

เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เมืองโลซานน์มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 สมัยที่ชาวโรมันอพยพมาตั้งหลักแหล่งบนเนินเขาแห่งนี้ โดยมีเขตเมืองอูชชี (Ouchy) เป็นพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก เนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองเอเวียง ประเทศฝรั่งเศส เพียงโดยสารเรือจากท่าเรือโลซานน์ข้ามทะลสาบเจนีวา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ในปี .. 2467 ถึง .. 2494

สถานที่ 10

เกาะเวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส หรือ เวเนเซีย จุดหมายปลางทางสุดโรแมนติก แห่งแคว้นเวเนโต ประเทศ อิตาลี ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวน 118 เกาะ เข้าด้วยกันในบริเวณ ทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริกในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้ เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามากมาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้ เวนิส เป็นหนึ่งในเมืองมรดโลก ลำคลอง เรือกอนโดลา มหาวิหารซานมาร์โค (St.Mark’s Basilica) ถือเป็นสัญลักษณ์แห่ง เวนิส เมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด ที่อยู่อาศัยก็ปลูกสร้างลัดเลาะตามสายน้ำ เดินทางโดยเรือบริการไปยังที่ต่างๆ ชมทิวทัศน์ธรรมชาติ 2 ฝั่งคลอง นับเป็นเมืองหนึ่งที่มีคลองมากกว่าถนน

สถานที่ 11

หอเอนเมืองปิซา ประเทศอิตาลี

เป็นหอระฆังสูงใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ซึ่งตั้งอยู่ที่จัตุรัส Piazza del Duomo เมืองปิซา เป็นหอระฆังที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ความเอนเอียงของหอระฆังซึ่งยอดของหอระฆังนั้นห่างจากแนวตั้งฉากของพื้นไปประมาณ 3.9 เมตร อีกทั้งยังถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli และเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย

สถานที่ 12

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี ใน .. 2550 โรมเป็นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากเป็นอันดับที่ 11 ของโลก มากเป็นอันดับ 3 ในสหภาพยุโรป และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในอิตาลี ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์อย่างพิพิธภัณฑ์วาติกันและโคลอสเซียมยังจัดอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมมากที่สุด 50 อันดับแรกของโลกอีกด้วย

สถานที่ 13

พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปารีส เมืองแวร์ซายส์ นับเป็นพระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามอลังการมากจนติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม พระราชวังสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์คริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ภายในประกอบด้วยห้องถึง 700 ห้อง รูปภาพทรงคุณค่า 6,123 ภาพ และงานแกะสลักจากศิลปินชั้นเอก 15,034 ชิ้น โดยมีห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) อันแสนโด่งดังจากการเป็นห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถือเป็นห้องแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญทั้งยังมีขนาดใหญ่จำนวน 17 บาน ที่สามารถเป็นจุดชมวิวทัศน์ของสวนแวร์ซายที่สวยงาม

สถานที่ 14

หอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ลา ตูค์ อิฟเฟล” (La Tour Eiffel) ในภาษาฝรั่งเศส หรือ หอไอเฟล ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส หอไอเฟลเป็นหอคอยสร้างด้วยโครงเหล็ก สูงถึง 300 เมตร ตั้งอยู่บนถนน ชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอคอยแห่งนี้เป็นเสมือนสัญญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ คือกุสตาฟ ไอเฟลเป็นวิศวกรและสถาปนิกชาวฝรั่งเศส การสื่อสารมวลชนของประเทศใช้หอไอเฟลเป็นสถานีรับส่งสัญญาณวิทยุ ต่อมามีการสร้างศูนย์วิทยุขึ้นอย่างถาวร และยังคงใช้มาถึงปัจจุบันนี้ ในที่สุดงานศิลปะชั่วคราวก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกเป็นเวลากว่า 40 ปี (.. 1889-1930) และเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สถานที่ 15

ประตูชัยฝรั่งเศส

ประตูชัยฝรั่งเศส(Arc de Triomphe) หรือเรียกเต็มๆว่า Arc de triomphe de l’Etoile อ่านว่า อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล) เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง มีอายุกว่า 200 ปีสร้างขึ้นปีพ.. 2349 หลังจากที่จักรพรรดิ นโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสามสิบปีเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์ .. 2376-2379 เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) หรือเป็นที่รู้จักกันในนามจัตุรัสแห่งดวงดาว” (Place de l’Étoile) อยู่ทางทิศตะวันตกของช็องเซลีเซ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย

สถานที่ 16

เมืองมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย

เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา อยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบยุโรป ด้วยพื้นที่ 417.4 ตารางไมล์ โดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่พระราชวัง เครมลิน (The Moscow Kremlin) หนึ่งในมรดกของโลก มีมหาวิหารเซนต์บราซิล (St. Basil’ Cathedral) สถาปัตยกรรมรูปทรงแปดเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง

สถานที่ 17

โบสถ์หยดเลือด เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย

ปัจจุบันตั้ง อยู่ริมคลอง Griboyedov เป็นอนุสรณ์ที่พระเจ้าอเล้กซานเดอร์ที่ 3 สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบิดา หรือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์บริเวณนี้ ในปี .. 1881 เริ่มต้นก่อสร้างเมื่อศตวรรษที่ 17 ใช้เวลาก่อนสร้างยาวนานว่า 20 ปี เป็นงานศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิม ประดับประดาด้วยโมเสจพร้อมกับรูปภาพโมเสจขนาดใหญ่ยักษ์ เมื่อปี 1997 รัฐบาลก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมอันงดงามนี้

สถานที่ 18

ล่าแสงเหนือ ประเทศรัสเซีย

ควรเดินทางไปช่วงฤดูหนาว ซึ่งฤดูหนาวของรัสเซียอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งมีอากาศหนาวเหน็บติดลบสูงสุดอยู่ที่ -20 องศาเซลเซียสและช่วงพีคสุดของ แสงเหนือรัสเซีย แนะนำเดินทางช่วงกุมภาพันธ์กับพิกัด เมืองเมอร์มังส์ก หรือ มูรมานสก์ (Murmansk) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือรัสเซีย

สถานที่ 19

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ประเทศอังกฤษ

ตั้งอยู่กลางทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี่” (Salisbury Plain) บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ มีจำนวนแท่งหินทั้งหมด 112 ก้อน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง และวางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางนอน วางพาดกัน และวางตั้งขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณอายุของหินกลุ่มนี้ พบว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000–2,000 ปีก่อนคริสตกาลนู่นเลย สรุปคืออายุกว่า 5,000 ปี นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร ทั้ง ที่ปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน และบริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินยักษ์ทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากทุ่งมาร์ลโบโรที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร สโตนเฮนจ์และบริเวณโดยรอบได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี .. 1986 และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีกด้วย

สถานที่ 20

British Museum (บริติช มิวเซียม) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรอังกฤษ

เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมนุษยที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1953 และเปิดให้เข้าชม ฟรี อย่างเป็นทางการเมื่อ 1959 โดยเริ่มต้นจาก Sir Hans Sloane ผู้ซึ่งมีของสะสมโบราณมากมาย ได้ถวาย พระราชา George II เพื่อเป็นสมบัติประเทศอังกฤษ (โดยได้เงินตอบแทน) จากนั้นก็มีของสะสมมาเพิ่มเติมมากมาย ต่อมาก็มีการปรับแต่งอาคารจนสวยงาม ภายนอกเป็นวิหารกรีกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

สถานที่ 21

หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) สหราชอาณาจักรอังกฤษ

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่รู้จักมากที่สุดของสหราชอาณาจักร อันที่จริงหอนาฬิกานี้ชื่อว่า หอเอลิซาเบธ (Elizabeth Tower) แต่ทุกคนมักจะรู้จักกันดีในชื่อของ บิกเบน (Big Ben) มากกว่า เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster) ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง หอนาฬิกานี้ถูกสร้างหลังจากไฟไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เดิม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม .. 2377 โดยชาลส์ แบร์รี เป็นผู้ออกแบบ หอนาฬิกานี้เป็นสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (victorian gothic) ชื่อหอเอลิซาเบธตั้งขึ้นเพื่อฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษก หรือพระราชพิธีมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง มีความสูงทั้งหมด 96.3 เมตร

สถานที่ 22

หอคอยแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักรอังกฤษ

เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอน  สร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี .. 1078 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ พระราชวังเป็นรู้จักกันในนามว่าหอคอยแห่งลอนดอน  หรือหอในประวัติศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่ภายในโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ทส์และแยกจากด้านตะวันออกของนครหลวงลอนดอน (City of London) ด้วยลานโล่งที่เรียกว่าเนินหอคอยแห่งลอนดอน หรือทาวเวอร์ฮิล” (Tower Hill)

สถานที่ 23

วิหารพาร์เธนอน ประเทศกรีซ

เป็นสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลบนเนินอะโครโพลิส (Acropolis) ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ พระวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของเพริคลีส (Pericles) ผู้นำแห่งกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น คำว่าพาร์เธนอนแปลว่า ห้องแห่งเทพีพรหมจารี (Hall of the Virgin Goddess) สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีอะธีนา (Athena) ผู้ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นเทพีแห่งปัญญา เนื่องจากกำเนิดมาจากส่วนศีรษะของเทพเจ้าซุส (Zeus) ราชาแห่งทวยเทพนั่นเอง มีการนำหินอ่อนจากเขาเพนเทลิกัส (Mount Pentelicus) ที่อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 16 กิโลเมตรมาใช้ในการก่อสร้าง มีความกว้าง 30.9 เมตร ยาว 69.5 เมตร เสาแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.9 เมตร สูง 10.4 เมตร หลังคาปูด้วยหินอ่อนซ้อนกัน เสาด้านหน้ามี 8 ต้น ด้านข้าง 17 ต้น

สถานที่ 24

วิหารเทพโพไซดอน ประเทศกรีซ

เทพโพไซดอนเป็นหนึ่งในสิบสองเทพเจ้าโอลิมปัสในเทพปกรณัมกรีก พระราชอาณาเขตหลักคือมหาสมุทร และพระองค์ทรงได้รับขนานพระนามว่าสมุทรเทพนอกจากนี้ พระองค์ยังทรงได้รับขนานพระนามว่าผู้เขย่าโลก” (Earth-Shaker) สัญลักษณ์ของเทพโพไซดอนคือม้าและตรีศูล พระองค์มีชื่อในภาษาโรมันว่าเนปจูน-Neptune”  รูปลักษณ์ของเทพโพเซดอนส่วนมากจะปรากฏเป็นชายรูปร่างกำยำล่ำสัน มีหนวดเครา ถือคทาสามง่ามหรือตรีศูลเป็นอาวุธ ซึ่งสามง่ามนี้มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถดลบันดาลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล หรือแผ่นดินไหวได้

สถานที่ 25

หมู่เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ

เป็นเมืองบนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน ประเทศกรีซ มีความสวยงาม ซึ่งมีสถานทีสำคัญเช่น ยอดเขาโปรฟีติสอีเลียส (Profitis Ilias) เป็นจุดชมความงดงามของเกาะซันโดรีนี เกาะมีความกว้างประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 567 เมตร สิ่งที่ทำให้ ซานโตรินี (ที่นิยมเรียกกันอีกชื่อว่า ธีรา (Thera)) มีความโดดเด่น จนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง บนเกาะนี้ก็คือ กลุ่มอาคารสีขาว รูปทรงแปลกตาที่ตั้งลดหลั่นกันตามเชิงเขาสูงชัน และ โบสถ์แสนสวยที่มียอดโดมสีน้ำเงิน อากาศของที่นี่จะเป็นอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี

จองทัวร์ตอนนี้

กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่างให้ครบ

บริษัท เอ เอ อาร์ แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด

โครงการซิตี้คอนเนค เลขที่ 55/93 หมู่ที่ 8 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง  กรุงเทพมหานคร 10150

Travel License: 11/08994
(ใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเลขที่ 11/08994)

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ : 08.30-17.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร : 089-491-6445, 096-194-1645

อีเมล : aartravel2015@gmail.com

ติดตามเราได้ที่นี่

Facebook : AAR Travel Agency

Line : aartravel