เที่ยวญี่ปุ่น

รวมทุกสถานที่ที่คุณควรไป

1.โตเกียว

สถานที่ 1.1

โตเกียวทาวเวอร์

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo tower) หอคอยชมวิวและกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ของมหานครโตเกียว อดีตเคยเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก! หอคอยแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ..1958 มีความสูง 333 เมตร ที่ฐานของหอคอยมีโซนร้านค้า ศูนย์อาหาร ร้านขายของฝากให้บริการ มีจุดชมวิวให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ 2 จุด คือ Main Observatory ที่ความสูง 150 เมตร และ Special Observatory ที่ความสูง 250 เมตร เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนแล้ว ทุกท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศคลาสสิก มองเห็นวิวที่สวยงามของเมืองโตเกียวทั้ง 4 ทิศจากหน้าต่างกระจกรอบห้องโถงขนาดใหญ่  สามารถชมความงดงามของเมืองโตเกียวได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน

แม้ว่าปัจจุบันโตเกียวทาวเวอร์จะไม่ใช่หอคอยที่ชมวิวสูงที่สุดของเมืองอีกต่อไป  เพราะสถิติถูกทดแทนด้วยหอคอยโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)   แต่ความสวยงามโตเกียวทาวเวอร์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาเกือบ 60 ปี  หอคอยแห่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้เข้าชมมากมาย เปรียบเสมือนตัวแทนภาพที่ฉายของเมืองโตเกียว  ดังนั้นหากเดินทางมาญี่ปุ่นและไม่ได้มาชมหอคอยแห่งนี้ เสมือนว่าท่านยังมาไม่ถึงเมืองโตเกียว

สถานที่ 1.2

โตเกียวสกายทรี

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว  สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุในระบบดิจิตอลทดแทนหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ที่ปัจจุบันมีความสูงไม่พอที่จะส่งสัญญาณคลื่นโทรทัศน์แบบดิจิตอลให้ครอบคลุมได้โตเกียวสกายทรี เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสูง 634 เมตร หรือ 2,080 ฟุต  สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากเบิร์จคาลิฟาในดูไบซึ่งมีความสูงถึง 828 เมตร

หอคอยแห่งนี้มีจุดชุมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวแบ่งได้ 2 ระดับความสูง คือ จุดชมวิวที่ความสูง 350 เมตรและ 450 เมตร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก  ร้านอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ตัวโครงสร้างของหอคอยชั้นล่างสุดจะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม จากนั้นมีการปรับผังให้เป็นรูปทรงมนขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความสูง นับว่าเป็นรูปทรงอาคารที่แปลกใหม่โดดเด่นทีเดียว

สถานที่ 1.3

วัดอาซากุสะ

วัดอาซะกุซ่าคันนอน  วัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว และเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวและย่านประเพณีดั้งเดิม จุดเด่นของวัดอาซากุสะคือ โคมแดงขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่บริเวณประตูคามินาริมง ทั้งสองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลรักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เทพเจ้าแห่งสายลม และ ไรจิน เทพเจ้าแห่งอสุนีบาต

เส้นทางเดินเข้าสู่วัดเซนโซจินักท่องเที่ยวจะพบกับประตูขนาดใหญ่ที่ประดับตกแต่งด้วยโคมไฟยักษ์สีแดงที่มีอักษรคันจิขนาดใหญ่เขียนไว้    และเมื่อท่านเดินลอดประตูคามินาริไปจะพบกับถนนนากามิเสะ  ย่านร้านค้ามากมาย ซึ่งสามารถซื้อของฝากติดมือได้

นอกจากนี้ภายในวัดอาซากุสะจะให้สักการะเทพเจ้าคันนงโดยการรดน้ำ  และตรงกลางวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าผู้มาเยี่ยมชมหากมารับควันธูปจากกระถางธูปนี้  จะทำให้โชคดีมีความสุข  และยังสามารถทำบุญไหว้พระด้วยการโยนเหรียญลงในกล่อง และเสี่ยงเซียมซีได้อีกด้วย

สถานที่ 1.4

โตเกียวดิสนีย์แลนด์

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกแห่งแรกที่สร้างขึ้นอยู่นอกประเทศอเมริกา สร้างขึ้นวันที่ 15 เมษายน 1983 โดยทีมวิศวกรของดิสนีย์เอง สร้างด้วยรูปแบบที่คล้ายคลึงกับดิสนีย์แลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเมจิกคิงดอมในฟลอริดา  โตเกียวดิสนีย์แลนด์คือสวนสนุกขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกับโตเกียวดิสนีย์แลนด์  การเดินทางสะดวก เปิดให้บริการทุกวัน ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนเครื่องเล่น การแสดง โรงละคร ร้านอาหารและร้านของฝาก การเดินทางสะดวกสบาย อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ JR  สวนสนุกแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย รวมถึงนักท่องเที่ยวช่าวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้

สถานที่ 1.5

ชินจูกุ

ย่านชินจูกุ(Shinjuku) แหล่งบันเทิงและแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงโตเกียว เป็นศูนย์รวมแฟชั่นของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า มีสถานีรถไฟชินจูกุที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของของย่านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่คึกคักที่สุดในญี่ปุ่น  และยังมีร้านขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นแหล่งรวมร้านกินดื่มและร้านอาหารหลากหลายช่วงราคา นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ สถานียังมีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่น สวนชินจุกุเกียวเอ็นและศาลาว่าการกรุงโตเกียว เป็นต้น  ในแต่ละวันมีผู้คนจำนวนมากถึง 2.5 ล้านคนที่ใช้บริการสถานีแห่งนี้  และเป็นย่านบันเทิงยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

สถานที่ 1.6

กินซ่า

กินซ่า (Ginza) คือชื่อของแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูชื่อดังของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์มารวมตัวกันอยู่มากมาย  เป็นย่านธุรกิจที่มีภาพลักษณ์เลิศหรูที่สุดในโตเกียวที่ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาเยือน  มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทั้งแบบคลาสสิค และร่วมสมัย นอกจากนี้ กินซ่ายังเป็นเมืองของวัฒนธรรมและสิ่งบันเทิง  อาทิ โรงละคร Teikoku Gekijyou  และโรงละคร Kabukiza โรงละครดั้งเดิมของญี่ปุ่น   มีร้านค้าและห้องภาพศิลปะสร้างอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสถึงโลกวัฒนธรรมดั้งเดิมของคาบุกิได้อย่างง่ายดาย

สถานที่ 1.7

ฮาราจูกุ

ย่านฮาราจูกุ ย่านที่ขึ้นชื่อด้านแฟชั่น และการสร้างสรรค์แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีชื่อเสียงไปทั่วโลก นอกจากแฟชั่นอันแปลกตาที่ย่านฮาราจูกุแล้ว  บรรยากาศโดยรอบของย่านนี้ยังมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศสงบร่มรื่นของศาลเจ้าเมจิที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม หรือบรรยากาศย้อนยุคของสถานีรถไฟฮาราจูกุ  ที่ผสมผสานอย่างลงตัวเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ย่านฮาราจูกุเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

ชื่อเสียงด้านแฟชั่นของย่านฮาราจูกุนี้เริ่มขึ้นในปีค.. 1970  เมื่อมีร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆเริ่มทยอยเปิดบริเวณถนน Takeshita  และยังเป็นศูนย์รวมของวงดนตรีต่างๆที่แวะเวียนกันมาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้   หลังจากที่ย่านนี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น  ทำให้ย่านฮาราจูกุจึงปิดถนนทุกวันอาทิตย์เพื่อให้บรรดาวัยรุ่นได้มาทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแต่งคอสเพลย์ การแสดงดนตรี รวมถึงการแต่งตัวตามแฟชั่นสไตล์ต่างๆที่ตนเองชื่นชอบ

สถานที่ 1.8

สวนอุเอะโนะ

สวนอุเอโนะ(Ueno Park) เรียกได้ว่าเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียว ภายในมีทั้งวัด ศาลเจ้า ทะเลสาบ และสวนสัตว์ มีต้นไม้มากมาย ให้บรรยากาศร่มรื่นจึงเป็นสถานที่ที่ชาวโตเกียวนิยมมาพักผ่อนกัน ช่วงปกติที่ว่าคนนิยมคือช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกๆ ปี จากการที่มีต้นซากุระเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างยาวไปตามทางเดินภายในสวน มีจำนวนมากกว่า 1,000 ต้น ซึ่งมักจะบานช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ทำให้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากมาเยี่ยมชมในเทศกาลชมดอกซากุระ หรือเรียกว่า เทศกาลงานฮานามิ หากนักท่องเที่ยวมาในช่วงเทศกาลงานฮานามิ จะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ

สถานที่ 1.9

พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล(Imperial Palace)  เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะในสมัยโชกุนโทกุงาวะ  ในปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิญี่ปุ่น บริเวณพระราชวังล้อมรอบไปด้วยคูน้ำและสะพานหิน รวมถึงสวนสีเขียวขนาดใหญ่   สำหรับบริเวณพระราชวังด้านในจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมปีละสองครั้ง 1 มกราคมและ 23 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ  และจะเปิดให้เข้าชมพื้นที่บางส่วนของพระราชวังชั้นในแก่ผู้ที่สนใจ โดยจะมีเจ้าหน้าที่พาชมแบบเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ บริเวณพระราชวัง ยังมีสะพานนิจูบาชิ (Nijubashi)  เป็นสะพานที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยสร้างสะพานซ้อนกันสองชั้น ภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่เป็นสะพานไม้มีโครงสร้างเป็นหิน  สะพานนี้ใช้เป็นทางเชื่อมระหว่างพระราชวังชั้นนอกกับพระราชวังชั้นใน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน

2.โอซาก้า

สถานที่ 2.1

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง

เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่บริเวณริมอ่าวโอซาก้า มีสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิด โดยตู้ที่ใหญ่ที่สุดคือ Central Tank มีความลึก 9 เมตร เป็นตู้ที่จำลองชีวิตในมหาสมุทรแปซิฟิค และยังมีฉลามวาฬที่เป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในตู้นี้ด้วย  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสัตว์ให้ชมถึง 620 ชนิด จำนวนกว่า 30,000 ตัว มีทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยพิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00.

สถานที่ 2.2

สวนสนุก Universal Studios Japan

เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ในจังหวัดโอซาก้า หนึ่งใน 4 ของ Universal Studios theme parks แบ่งออกเป็น 9 โซน จุดที่คนไทยและนักท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วโลกสนใจมากที่สุด คือ โซน Harry Potter and the Forbidden Journey นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นและจุดแสดงโชว์อีกมากกว่า 40 จุด ความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้แตกต่างจากสวนสนุก Tokyo Disneyland คือมักจัดอีเว้นท์เกี่ยวกับการ์ตูนหรือเกมของญี่ปุ่น และยังจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ เปิดเครื่องเล่นและร้านอาหารใหม่ที่ตกแต่งให้ได้บรรยากาศเหมือนกับในการ์ตูนหรือเกมนั้นอย่างสมจริง

สถานที่ 2.3

ปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า ถูกสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พำนักของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ  ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างนานกว่า 16 ปีจึงก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่ ปราสาทโอซาก้าที่ก่อสร้างขึ้นในยุคสมัยนั้นถูกเผาทำลายไปพร้อมกับการล่มสลายของตระกูลโทโยโทมิ กำแพงหินและยากุระที่เราเห็นใจปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในสมัยเอโดะ ส่วนตัวปราสาทก็ถูกสร้างขึ้นใหม่หลังจากนั้น และในปัจจุบันปราสาทโอซาก้าก็ยังคงได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่น่าเกรงขามและยิ่งใหญ่ จนนับว่าเป็นหนึ่งในสามปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

สถานที่ 2.4

ตึกอูเมะดะสกาย

อาคารชมวิวอูเมะดะสกาย(Umeda Sky Building) ตั้งอยู่ใกล้ Osaka and Umeda Station เป็นอาคารสูง สร้างขึ้นในเดือนมีนาคม .. 1993 มีจำนวนชั้นบนดินทั้งหมด 40 ชั้นและชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้น มีความสูงของตัวอาคารถึง173 เมตร  ได้รับตีพิมพ์ลงหนังสือที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษอย่าง “THE TIMES” ในฐานะ 1 ใน “20 ตึกที่มีชื่อเสียงของโลก  เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียง ซึ่งตัวตึกแบ่งออกเป็นตึกแฝด 2 ฝั่ง คือ Tower East (ตึกตะวันออก)และ Tower West (ตึกตะวันตก) ส่วนด้านบนจะเป็นทางเชื่อมระหว่าง 2 ตึกที่สร้างเป็นสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่รูปวงกลม ซึ่งจะมีจุดชมวิวอยู่ชั้นที่ 39

สถานที่ 2.5

วัดชิเทนโนจิ

เป็นอารามในพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการแห่งแรกของญี่ปุ่นและถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย วัดนี้มีอายุกว่า 1,400 ปีนี้ วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ..1136 (..593) โดยเจ้าชายโชโตคุ (Prince Shotoku) ในสมัยพระจักรพรรดินีซูอิโกะ (Empress Suiko) ทรงเป็นพระจักรพรรดิองค์ที่ 33 ของญี่ปุ่น ถือเป็นราชวงศ์แรกของญี่ปุ่นที่ทรงนับถือพระพุทธศาสนา ในยุคนั้นนับเป็นครั้งแรกที่พุทธศาสนาประดิษฐาน ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยมีการสร้างวัด Shitennoji ขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานซึ่งเป็นที่สักการะของชาวพุทธเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่น

สถานที่ 2.6

หอคอยซึเทนคาคุ

ถูกสร้างขึ้นในปี 1912 แต่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หอคอยแห่งนี้ถูกทำลายลง และถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งเมื่อปี 1956 มีความสูง 103 เมตรหอคอยแห่งนี้เปิดให้ขึ้นชมวิวเมืองโอซาก้าได้ที่ชั้น 4 และ 5 โดยที่ชั้น 5 จะเป็นรูปปั้นบิลลิเคน(Billiken)ที่เป็นเทพแห่งโชคลาภ เชื่อกันว่าใครได้ลูบเท้าของบิลลิเคนที่ชั้น 5 ครบทุกองค์จะทำให้ความปรารถนาเป็นจริง จากนั้นลงมาที่ชั้น 4 ที่จะเป็นลานชมวิวที่จะหมุนอย่างช้าๆ ให้สามารถชมวิวได้โดยรอบ สชั้น 3 จะเป็นภาพถ่ายของย่านชินเซไกสมัยก่อน และร้านขายขนมกูลิโกะที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ เพราะจะมีสินค้าของกูลิโกะมากมาย และมีหลายอย่างที่จะสามารถซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น

สถานที่ 2.7

ย่านโดทงโบริ

เป็นย่านการค้าอันดับหนึ่งในโอซาก้า และมีป้ายขนาดใหญ่เรียงรายกันอยู่จำนวนมาก  และหนึ่งในนั้นคือแลนด์มาร์กของโอซาก้า ป้ายกูลิโกะที่มองเห็นได้จากสะพานเอบิสุ  ซึ่งกูลิโกะเป็นผู้ผลิตขนมที่อยู่ในโอซาก้าป้ายนี้มีมาตั้งแต่ปี 1935  และมีการสร้างใหม่หรือปรับปรุงรูปแบบให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ แต่ลวดลายคงเดิม ยังคงโดดเด่นมาจนปัจจุบัน

3.ฮอกไกโด

สถานที่ 3.1

โกดังอิฐแดงคาเนโมริ

โกดังอิฐแดงเก่า หรือ Red Brick Warehouses บริเวณอ่าวด้านหน้าท่าเรือฮาโกดาเตะมอบทิวทัศน์อันกว้างไกลของอ่าว บริเวณนี้มีอาคารอิฐสีแดงเป็นแนวยาว ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นศูนย์การค้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะซื้อของหรือพักดื่มชา ภายในอาคารมีทั้งของที่ระลึกมากมายในฮอกไกโด เสื้อผ้า เครื่องประดับและของอื่นๆ อีกมากมาย บริเวณด้านนอกถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยมาก เพราะตึกนี้ติดกับอ่าว มีทั้งเรือและวิวของภูเขาให้อารมณ์เหมือนอยู่ยุโรป

สถานที่ 3.2

ป้อมปราการรูปดาว (โกเรียวคาคุ)

ทิวทัศน์อันงดงามของป้อมปราการรูปดาว เป็นป้อมปราการสไตล์ตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อเกือบ 150 ปีมาแล้ว และได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งพิเศษของญี่ปุ่น หอคอยโกเรียวคาคุที่อยู่ใกล้เคียงมีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นวิวในมุมกว้างของป้อมปราการรูปดาวอันสวยงามได้ทั้งหมดรวมถึงคูป้อมที่อยู่โดยรอบ โดยเฉพาะในหน้าหนาวจะสามารถเห็นเหลี่ยมของป้อม 5 แฉกอย่างชัดเจน

สถานที่ 3.3

ลิงแช่ออนเซนกลางหุบเขาหิมะที่เดียวในโลก

อุทยานแห่งชาติจิโกกุดานิ ยะเอ็นโคเอ็น (Joshinetsu Kogen-National Park)หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Snow Monkey Park” หรืออีกชื่อหนึ่งคือหุบเขานรกมีหุบเขาที่มีไอน้ำพวยพุงออกมาจากน้ำพุร้อนธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี เป็นสวรรค์บนดินสำหรับเหล่าลิงป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาตินับร้อยนับพันตัวในหุบขาแห่งนั้น มีจุดเด่นคือ ลิงแช่น้ำร้อน

สถานที่ 3.4

เลค ฮิล ฟาร์ม Lake Hill Farm

Lake Hill Farm ฟาร์มโคนมธรรมชาติ และปลูกพืชนานาชนิดบนเนินเขา เป็นแหล่งผลิตโคนมที่ดีที่สุดของฮอกไกโด

จุดเด่นของที่นี่คือ ไอศครีม ที่ผลิตจากน้ำนมจากเต้าสดๆ ของฟาร์มมาทำไอศกรีม และขนมนมเนยให้ผู้แวะเวียนได้ทาน นอกเหนือจากการได้ลิ้มลองไอศกรีมที่ดีที่สุดในฮอกไกโดแล้ว Lake Hill Farm ยังมีทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาโดยรอบ สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพตระหง่านของ ภูเขา Mount Yotei เป็นภูเขาที่ดูเหมือนภูเขาไฟฟูจิ ปล่องภูเขาไฟที่มีความสูงประมาณ 2 กม.

สถานที่ 3.5

โรงงานช็อกโกแล็ต Shiroi Koibito

ชิโรอิโคอิบิโตะเป็นดินแดนมหัศจรรย์ในอุดมคติของความอร่อย ความสนุกสนานและเรื่องราวของหวานตั้งแต่ครั้งอดีตที่เลื่องชื่อของฮอกไกโด ทุกท่านสามารถเข้าชมขั้นตอนการผลิตชิโรอิโคอิบิโตะซึ่งเป็นขนมขึ้นชื่อของฮอกไกโดได้ และยังทดลองทำขนมชิโรอิโคอิบิโตะได้อีกด้วยทุกท่านสามารถทำขนมคุ๊กกี้ชิ้นเดียวในโลกเป็นของตนเอง ในช่วงหน้าหนาวนั้นที่โรงงานแห่งนี้จะมีการเปิดไฟ Illumination ด้วยตึกเป็นอาคารสไตล์ยุโรปจึงทำให้บรรยากาศนั้นเหมือนหลุดไปเดินอยู่ในเมืองโรแมนติคของยุโรป

สถานที่ 3.6

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum)

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกล่องดนตรีมากมายหลายแบบหลายขนาด อาคารที่สวยงามแห่งนี้มีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองโอตารุ  ทุกท่านสามารถทำกล่องดนตรีด้วยตนเองได้อีกด้วย

สถานที่ 3.7

คลอง Otaru ที่สุดแห่งความโรแมนติก

แลนมาร์ดที่สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่เดินทางมาถึงเมืองโอตารุ นั้นคือคลองโอตารุ (Otaru)”  ซึ่งเป็นคลองที่ไหลผ่านกลางเมือง หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคลองนี้ถึงมีความน่าสนใจที่จะต้องไปเยี่ยมชม เดิมทีคลองนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1923 จากการถมทะเลเพื่อใช้สำหรับในการเทียบเรือและเป็นเส้นทางการขนถ่ายสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนหลวงสาย 17 แล้วอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นโกดังถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ และตอนกลางคืนจะมีไฟเปิดรอบๆคลอง ทำให้ได้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

สถานที่ 3.8

นิเซะโกะ ลานสกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดแห่งฮอกไกโด

สถานที่เล่นสกีที่มีชื่อเสียงในประเภทญี่ปุ่น มีหิมะขาวสวย ภูมิทัศน์ที่สวยงาม  เนินสกีกว้างใหญ่และไม่ลาดชันมาก ทุกท่านจะสนุกสนานกับกิจกรรมฤดูหนาวได้ทั้งผู้เล่นระดับต้นและผู้เล่นระดับกลาง สามารถเพลิดเพลินได้อย่างชิลล์ๆ ที่นี่มีการจัดเตรียมคอร์สเอาไว้กว่า 13 คอร์สตั้งแต่แฟมิลี่คอร์สที่มีระดับความชันเฉลี่ยประมาณ 6 องศาไปจนถึงชินเซ็ตสึรินคันคอร์ส (Shinsetsurinkan Course) ที่มีระดับความชันเฉลี่ยกว่า 24 องศา

จองทัวร์ตอนนี้

กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่างให้ครบ

บริษัท เอ เอ อาร์ แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด

โครงการซิตี้คอนเนค เลขที่ 55/93 หมู่ที่ 8 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง  กรุงเทพมหานคร 10150

Travel License: 11/08994
(ใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเลขที่ 11/08994)

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ : 08.30-17.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร : 089-491-6445, 096-194-1645

อีเมลล์ : aartravel2015@gmail.com

ติดตามเราได้ที่นี่

Facebook : AAR Travel Agency

Line : aartravel